Archive | สาระน่ารู้

Tags: , , ,

บอลโลก2010 กำลังจะเริ่มแล้ว


ใกล้จะถึงวันเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก2010รอบสุดท้าย ที่แอฟริกาใต้แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อ4ปีก่อน ฟุตบอลโลก2006(2006 FIFA World Cup) รอบสุดท้ายเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 18 จัดขึ้น ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน ถึง 9 กรกฎาคม พ.ศ2549 ปีนั้นท้องน้องจ๋า กำหนดคลอดน้องจ๋าวันที่10 ก.ค เห็นแม่จ๋าท้องโย้ๆ ก็ยังติดตามดูบอลแทบทุกคืน แม้กระทั้ง คู่ชิงชนะเลิศ ดูเสร็จเช้ามาไปคลอดน้องจ๋าเลยทีเดียว ใจรักน่าดู จะว่าไปก่อนคลอดแม่จ๋าก็คุยกับน้องจ๋านะว่า อย่าเพิ่งคลอดนะลูกแม่อยากดูฟุตบอลโลก อยากเชียร์บราซิล ฮ่าๆๆ ฟุตบอลโลกปีนั้นแม่จ๋าแอบเซ็งกับทีมชาติบราซิล เล่นไม่ได้ดั่งใจแม่จ๋าเลย เอาหมูไปกลิ้งเล่นในสนาน ตามความเห็นของแม่จ๋า เหมือนอยากจะดันหมูให้ยิงประตูเพื่อสร้างสถิติ จนแล้วจนรอดก็ไม่เข้าสู่รอบชิงจนได้ -.-*

การแข่งขันฟุตบอลโลก2010 ที่แอฟริกาใต้ครั้งนี้ แม่จ๋าก็ยังเชียร์บราซิลเหมือนเดิม จากที่แม่จ๋า ได้แอบทำเวบเพื่ออัพเดตข่าวฟุตบอลโลก2010 ชื่อเวบว่า http://บอลโลก.net เองเลยโดยให้พ่อนอตช่วยแปล+โพสข่าว สำนวนข่าวบอลโลก2010ของพ่อนอตอ่านแล้วฮาดี อิอิ  ช่วงหลังๆมานี้นักเตะทีมชาติต่างๆ ที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนี้ เริ่มเจ็บกันเยอะ เจ็บมากจนแม่จ๋ารู้สึก มันจะเจ็บกันมากไปหรือเปล่าเนี่ย อย่างพี่เบคแฮ่มก็เจ็บอดลง  อันเดรส อิเนสตาได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณต้นขา นานี่ปีกจอมพลิ้วของทีมชาติโปรตุเกสก็หลุดจากรายชื่อนักเตะ เพราะเจ็บที่กระดูกต้นคอระหว่างการฝึกซ้อม ดิดิเยร์ ดร็อกบาก็เจ็บ บลาๆ เจ็บกันจังเลย…

ว่ามาถึงเวบ http://บอลโลก.net ตอนนี้สามารถดูตารางโปรแกรมการแข่งขัน กับ ตารางการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก2010 ได้แล้ว

อาร์เอส จับมือเบียร์ช้าง-ยามาฮ่า-เคลียร์เมน และโคคาโคลา ร่วมถ่ายทอดสดบอลโลก 2010 มีช่อง 3 และช่อง 7 เป็นแม่ข่าย โดยมีช่อง 9 และ สทท. 11 เป็นมีเดียพาร์ตเนอร์ ดูกันให้ตาแฉะ 64 นัด แบบไม่มีโฆษณาคั่น ถูกใจแม่จ๋ามากๆ


ดูตารางการถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลกช่องต่างๆ ได้ตามลิ้ง ข้างล่าง

โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลโลก 2010 ช่อง 3

ตารางถ่ายทอดสดบอลโลก 2010 ช่อง  7

ตารางถ่ายทอดสดบอลโลก 2010 ช่อง  9

โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลโลก 2010 ช่อง สทท. 11 (NBT)

ตารางคะแนนฟุตบอลโลก


Posted in สัพเพเหระ, สาระน่ารู้Comments (5)

Tags: , , , , , , ,

แม่จ๋าชวนทำบุญวันเกิดลูก


วันดีๆวันพิเศษวันนึงสำหรับชีวิตของการเป็นแม่คงหนีไม่พ้น วันเกิดลูก วันที่ลูกน้อยของเราลืมตาดูโลกพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ การทำให้วันดีๆพิเศษเพิ่มขึ้นด้วยการทำบุญวันเกิด เพื่อให้เป็นวันดีๆสำหรับอีกครอบครัวที่รอคอยความหวัง
การทำบุญวันเกิดลูก(จริงๆ)ที่แม่จ๋าจะพูดถึงในวันนี้คือ การทำบุญในวันคลอด แล้ววันคลอดลูก(วันเกิดลูก) เราสามารถทำบุญได้ด้วยหรือ ฟังดูอาจจะดูพิกล แต่มีจริงๆคะ การทำบุญวันเกิดลูกหรือวันคลอดลูก เป็นการทำบุญที่ถือว่ายิ่งใหญ่ เพราะสามารถช่วยคนที่เขาป่วยเป็นโรคร้ายแรงหลายโรค สงสัยแล้วใช่ไหมคะว่าการทำบุญวันเกิดลูกในครั้งนี้ คือการทำบุญแบบไหน แถมเป็นการทำบุญที่เราไม่ต้องเจ็บตัว หรือเสียทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างใด การทำบุญวันเกิดที่ว่านี้คือ การบริจาคสเต็มเซลล์(Stem Cell)หรือการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก

ทีนี้เรามาดูกันว่า เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก(Cord Blood) คืออะไร ทำไมต้องบริจาค

เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก (Cord Blood) เป็นโลหิตส่วนที่เหลือในสายสะดือส่วนที่ติดกันกับรก ซึ่งโดยปกติแล้วหลังคลอดจะถูกทิ้งไปพร้อมกับรก เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก ก็เหมือนกับไขกระดูกกล่าวคือ เป็นแหล่งอุดมไปด้วยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ซึ่งเป็นแม่พิมพ์ในการสร้างเม็ดโลหิตและระบบภูมิคุ้มกัน โดยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจะแบ่งตัวและเจริญเติบโตเป็นเมล็ดโลหิตแดง (ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกาย) เม็ดโลหิดขาว(ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค) และเกล็ดโลหิต(เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โลหิตแข็งตัว) ซึ่งจะไหลเวียนหล่อเลี้ยงร่างกายมนุษย์ การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกคือ กระบวนการเก็บเลือดจากสายสะดือและนำไปแช่แข็งในอุณหภูมิ-196องศาเซลเซียส ซึ่งจะเก็บได้เป็นระยะเวลานาน

โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการปลูกถ่าย Stem Cell ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาด และกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติ

  • โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (เป็นโรคที่พบได้มากในประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น)
  • โลหิตจางชนิดไขกระดูกฝ่อ
  • มะเร็งเม็ดโลหิตขาวเฉียบพลัน / เรื้อรัง
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • มะเร็งกระดูก
  • Myeloma
  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งรังไข่
  • มะเร็งปอด

ขั้นตอนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกและเลือดจากรก

เป็นขั้นตอนที่ง่ายและปลอดภัย คือ หลังจากที่เราคลอดลูกอย่างปลอดภัยแล้ว แพทยืจะทำการผูกและตัดสายสะดือตามปกติ หลังจากนั้นก่อนทิ้งรก แพทย์จะเก็บเลือดที่ยังคงเหลือในสายสะดือ แพทย์จะไม่เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการคลอดตามปกติแต่อย่างใด ซึ่งโดยปกติเลือดจากรกที่แพทย์เก้บไปนั้นจะถูกทิ้ง การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตหรือสเต็มเซลล์(Stem Cell) สามารถบริจาคได้ ทั้งการคลอดแบบธรรมชาติหรือการคลอดด้วยการผ่าคลอด

คุณสมบัติของคุณแม่ที่สามารถบริจาคเซลล์ต้อนกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก หรือสเต็มเซลล์

  • มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ และไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะให้กำเนิดลูกที่ผิดปกติ
  • ผ่านการคัดกรองการติดเชื้อ เช่น เชื้อซิฟิลิส,ตับอักเสบบี,ซี และโรคเอดส์ โดยให้ผลเป็นลบ(ไม่ติดเชื้อ)

ถ้าต้องการจะทำบุญวันเกิดลูกด้วยการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก หรือสเต็มเซลล์(Stem Cell) ต้องทำยังไง
แม่จ๋าได้เดินทางไปติดต่อที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ที่สภากาชาดถนนอังรีดูนัง เพื่อเข้าไปขอรายละเอียดการบริจาค แล้่วได้แบบฟอร์มการคัดกรองเบื้องต้น หนังสือยินยอมการบริจาค ใบขอส่งเก็บ Cord Blood(ให้แพทย์ที่เราฝากครรภ์เป็นคนกรอก) พอกรอกเอกสารทุกชิ้นเสร็จต้องแฟกซ์กลับไปที่ HLA Laboratory (ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ)

สำหรับคุณแม่ท่านอื่น อยากจะทำบุญวันเกิดลูกด้วยการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก หรือสเต็มเซลล์(Stem Cell) ไม่ต้องเข้าไปถึงศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติหรอกคะ เพียงแค่โทรศัีพท์ ไปที่02263-9600-99 ต่อ 1310-1312 หรือ stemcell@redcross.or.thเพื่อขอรับแบบฟอร์มอย่างที่แม่จ๋าได้รับ

เห็นไหมคะ การทำบุญวันเกิดลูกในครั้งนี้ไม่ยากเลย ลูกเราเกิดมาพร้อมกับการทำบุญเพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีก ที่เขารอคอยความหวังจากผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่มีHLA เข้ากันหรือตรงกันกับสเต็มเซลล์ ทำให้วันเกิดของลูกเราเป็นวันดีๆสำหรับครอบครัวเราพร้อมกับครอบครัวของผู้ป่วย จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก จริงไหมคะ

ขอมูลบางส่วนจาก สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอ็นทรีนี้ที่แม่จ๋าเขียนได้คะ

  • แผ่นพับ บริจาคเซลลืต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก Cord Blood Donation สภากาชาดไทย
  • แผ่นพับ you are my type ปฏิบัติการตาหาคนพิเศษ สภากาชาดไทย
  • http://www.redcross.or.th (สภากาชาดไทย)
  • http://www.blooddonationthai.com/ (ศุนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย)

Posted in ทำบุญวันเกิด, สาระน่ารู้Comments (5)

Tags: , , , , , , , , , , , ,

แม่จ๋า กับน้องจ๋า ผจญหวัดลงคอไม่2009


ช่วงนี้ไข้หวัด2009 ระบาดหนัก รักษาสุขภาพนะคะ เพราะโรคนี้ติดกันง่าย แล้วก็ทำให้มีอาการแทรกซ้อน ออกไปข้างนอกหรือต้องไปในที่ชุมนุมคนเยอะๆ อย่างเช่น โรงพยาบาล อยู่บนรถเมล์ ก็ควรหาหน้ากากใส่ ที่สำคัญ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ แล้วไม่ควรเอามือไปจับหน้า หรือแคะจมูกถ้ายังไม่ได้ล้างมือ

เมื่อวันเสาร์ที่4 กรกฏาคม 2552 น้องจ๋ามีอาการหวัดลงคอ แต่อาการยังไม่มาก แต่ว่าแม่จ๋าพาน้องจ๋าไปเยี่ยมคุณตาที่นครปฐมวันอาทิตย์ที่ 5 เพราะว่านัดกับคุณตาว่าจะไปเที่ยวชะอำกัน ในวันจันทร์ เพราะเป็นช่วงหยุดยาว ทำให้น้องจ๋ามีอาการอ่อนเพลียเลยเป็นหวัดนาน ทำให้แม่จ๋าติดคะ ติดหวัดน้องจ๋า เลย

น้องจ๋าหายหวัดราวๆวันพฤหัสบดีที่9 ส่วนแม่จ๋า ตอนนี้ยังมีอาการไออยู่ แต่ไม่มีไข้แล้ว แต่ยังไอ ไม่มากแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ไอมาก ประกอบกับแม่จ๋ากำลังท้องอยู่ ทำให้ยิ่งไอมาก แม่จ๋าก็ยิ่งอ๊วก ยิ่งไอยิ่งวิงเวียน กินไม่ได้นอนไม่ได้เลย ที่สำคัญแม่จ๋ามีอาการแพ้ยาที่กินเข้าไปด้วย ทำให้เจ็บตา ตาแดง หน้าขึ้นผื่น ลอก เสียโฉมเลย แถมยิ่งคันคอ แล้วก็ไอหนักกว่าเดิม นอนหลับได้ไม่เกิน2-3ชม.ต่อครั้ง ต้องตื่นมาเพราะไอ

สุดท้่าย แม่จ๋าเลยเลิกกินยา หันมารักษาโดยพึ่งสมุนไพรไทยๆ ที่มีอยู่ในครัว พอเลิกกินยา อาการแพ้ก็ทุเลาลง ตอนนี้ผื่นก็ยุบหมดแล้ว สมุนไพรไม่มีผลข้างเคียงกับคนท้องด้วย ไม่เป็นอันตรายกับลูกในท้องด้วย

สำหรับ สมุนไพรแก้ไอที่แม่จ๋ากินเพื่อช่วยบรรเทาอาการไอ ก็มี

1.น้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวแก้ไอ - บีบน้ำมะนาว1ลูกใส่แก้ว แล้วตามด้วยน้ำผึ้ง แล้วก็เกลือนิดหน่อย คนให้เข้ากัน แล้วก็จิบเวลาคันคอ หรือเวลาไอ ตามด้วยน้ำอุ่นๆ ทำให้ชุ่มคอ รสชาติอร่อย น้องจ๋าชอบ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มะนาวมีวิตามินซีเยอะป้องกันหวัด น้ำผึ้งนอกจากใช้แก้ไอแล้ว ยังให้พลังงานแก่ร่างกายแทนข้าวได้อีกด้วย*

*อ้างอิงจากเวบไซต์หมอชาวบ้า่น น้ำผึ้งแก้ไอ -ผสมน้ำผึ้ง ๓-๔ ส่วน กับน้ำมะนาว ๑ ส่วน ควรเคี่ยวน้ำผึ้งบนเตาไฟให้เดือดก่อน เมื่อปล่อยให้เย็นแล้วค่อยเติมน้ำมะนาวลงไป สามารถเก็บใส่ขวด แบ่งจิบแก้ไอได้บ่อยๆ เหมาะสำหรับคนทุกวัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และผู้ที่มีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย นอกจากใช้แก้ไอแล้ว ยังให้พลังงานแก่ร่างกายแทนข้าวได้อีกด้วย

2.ยาอมแก้ไอมะแว้ง แก้ไอ ขับเสมหะ อันนี้หาซื้อได้ตามร้านขายยา ขนาดรับประทาน อมครั้งละ3-5เม็ด เมื่อมีอาการ รสชาติดี ออกเปรี้ยวนิดๆ เสียอย่างเดียว บนสมุนไพรไม่ละเอียด ทำให้กากมันระคายคอจังเลย

3.ยาอมตราตะขาบ5ตัว อันนี้ของเขาดีจริงมีมานาน เนื้อยาละเอียดเวลาอมแล้วไม่ระคายคอเหมือนมะแว้ง  ยาอมตราตะขาบสามารถผสมกับน้ำอุ่น หรือน้ำมะนาว แล้วใช้กวาดคอ เพื่อรักษา อาการเจ็บคอได้ และการผสมยากับน้ำอุ่น หรือ น้ำมะนาวนั้นยังสามารถช่วยให้ ยาเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะน้ำมะนาวยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ*

*http://www.tpa.or.th/blogbox/entry.php?w=eakav&e_id=349

แล้วยังมีสมุนไพรอีกหลายตัวที่ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ แม่จ๋าค้นในinternet มา เจอบทความนึงน่าสนใจมาก จากhttp://webboard.yenta4.com/topic/278709เนื้อหามีดังนี้ แม่จ๋าคัดมาบางส่วนไม่ได้เอามาทั้งหมดนะคะ

อาการไอเป็นอีกอาการหนึ่งที่มักเป็นควบคู่กับอาการอื่นๆ  และทรมานผู้ป่วยมาก ทั้งก่อให้เกิดอาการไอจนนอนไม่หลับ แต่การไอจะช่วยขับสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในระบบหายใจ ซึ่งก็คือเสมหะนั่นเอง  ถ้าไอเรื้อรังไม่หายสักที ก็อาจเกิดจากหลายสาเหตุ อาการไอก็มีทั้งไอแห้งและไอที่มีเสมหะ  เราลองมาดูว่าโบร่ำโบราณใช้ยาสมุนไพรอะไรบ้างเป็นยาแก้ไอ ซึ่งจำแนกได้  3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีสารสำคัญเป็นน้ำมันหอมระเหย ได้แก่ ขิง กระเทียม ดีปลี กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีสารสำคัญเป็นกรด คือ รสเปรี้ยว ตามสรรพคุณยาไทย  รสเปรี้ยวบำรุงธาตุน้ำ กัดเสมหะ ฟอกโลหิต ได้แก่ มะนาว มะขามป้อม กลุ่มที่ 3 กลุ่มสมุนไพรอื่นๆ ได้แก่ มะแว้งเครือ มะแว้งต้น เพกา มะเขือแจ้

มะนาว เป็น ยาสมุนไพรครอบจักรวาลก็ว่าได้มีสรรพคุณมากมาย และยังเป็นสมุนไพรที่หาง่าย  แต่บางฤดูกาลก็มีราคาแพงสูงถึงลูกละ 10 บาท เมื่อมีอาการไอระคายคอมักได้รับคำแนะนำให้ฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆ หรือหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ จิ้มเกลือ อมทิ้งไว้สักครูแล้วเคี้ยวกลืน หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นผสมเกลือเล็กน้อยใช้จิบ ช่วยป้องกันไข้หวัดได้ด้วย  หรือตำรับเก่าแก่ของมนุษย์ทั้งโลกใช้คือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งจิบแก้ไอ

มะขามป้อม ใช้ แก้ไอแห้ง ไม่มีเสมหะ มีอาการริมฝีปากแห้ง และรู้สึกร้อนในอก ไอที่มาจากทรวงอกจนเจ็บชายโครง   หรือไอมานานแล้วไม่หาย ใช้ผลสดตำคั้นเอาน้ำดื่มหรือจิบ หรือใช้ผลสดต้มกับน้ำตาลทรายแดง มะขามป้อมมีรสฝาดเปรี้ยวหลังจากกลืนลงคอไปแล้วจะมีรสหวานชุ่มชื่นคอมาก

ขิง รักษาอาการไอและขับเสมหะ หรือมีเสลดติดที่หลอดลมมากๆ ขิงจะช่วยให้หลอดลมขยายขึ้น   และขับของเหนียวข้นออกมาได้ง่าย  ให้ใช้เหง้าขิงสด ประมาณ 60 กรัม น้ำตาลทราย   30 กรัม ใส่น้ำ 3 แก้ว นำไปต้มให้เหลือครึ่งแก้ว แล้วจิบกินตอนอุ่นๆ หรือใช้ฝนกันน้ำมะนาวแทรกเกลือใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ ใช้รักษาอาการไอเรื้อรัง ให้เอาน้ำที่คั้นจากเหง้าสด ประมาณ 1 ลิตร ผสมน้ำผึ้งประมาณ 500 กรัม เคี่ยวในกระทะทองเหลือง  ทำจนน้ำระเหยไปหมด แล้วจึงเอามาปั้นเป็นเม็ดเท่าลูกพุทราจีนใช้อม

มะแว้ง ต้น/เครือ ปัจจุบันมะแว้งได้รับการพัฒนาจากองค์การเภสัชกรรม ผลิตและจำหน่ายยาอมมะแว้ง  สรรพคุณช่วยแก้ไอและชุ่มคอ แต่เราสามารถใช้ในรูปของอาหารและยาได้ โดยใช้ผลสดตำกับน้ำพริกหรือใช้รับประทานเป็นผักเคียงกับน้ำพริก ถือเป็นการใช้ในรูปแบบอาหารเป็นยา  หรือใช้ผลมะแว้งเครือ/ต้นสด 5-6 ผล ล้างให้สะอาดเคี้ยวอมไว้ กลืนเฉพาะน้ำจนหมดรสขมแล้วคายทิ้ง  หรือใช้ผลสด 5-10 ผล โขลกพอแตกคั้นเอาแต่น้ำใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ เวลาไอ

กระเทียม ใช้ กระเทียมและขิงสดอย่างละเท่ากัน ตำละเอียดละลายกับน้ำอ้อยสด คั้นน้ำจิบแก้ไอขับเสมหะและทำให้เสมหะแห้งหรือคั้นกระเทียมกับน้ำมะนาวเติม เกลือใช้จิบหรือกวาดคอก็ได้ กระเจี๊ยบแดง  ใช้กลีบเลี้ยงดอกสดหรือแห้งประมาณ 1-2 กรัมมือต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลและเหลือใช้จิบบ่อยๆ ช่วยให้ชุ่มชื้นคอ ดีปลี  ใช้แก้อาการไอมีเสมหะ ควรใช้ดีปลีประมาณครึ่งผล ตำละเอียดเติมน้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย  กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ

มะขาม ใช้กัดเสมหะเอามะขามเปียก 3 กรัม จิ้มเกลือรับประทาน หรือนำมะขามเปียกมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย จะได้ยาขับเสมหะที่มีรสกลมกล่อม ข้อควรระวัง มะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป

มะเขือแจ้หรือมะเขือขื่น อาจ ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เพราะเรามักจะบริโภคมะเขือเปราะมะเขือยาวมากกว่า  มะเขือแจ้เมื่อผลแก้จัดมีสีเหลือง นิยมทานกับน้ำพริก ก่อนเอามาทานจะเอามาแช่น้ำเกลือก่อนเพื่อให้กรอบและทานง่าย ถ้าไอเรื้อรังยาวนานหรือไอถึงขั้นปัสสาวะรด ใช้ยาตัวนี้โดยเอารากมาล้างให้สะอาดแช่น้ำฝนหรือน้ำต้มสุกใช้ดื่ม วันแรกอาจดูเหมือนดื่มน้ำเปล่า  แต่พอวันที่ 2-3 ตัวยาจะมีรสขมขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจลดปริมาณน้อยลง และจะช่วยให้อาการไอมานานนับเดือนนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง

สับปะรดแก้ไอในอาการคอแห้งคั้นเอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยจิบ หรือทานทั้งผลก็ได้ สับประรดมีรสเปรี้ยวอมหวานช่วยให้ชุ่มคอชะเอมเทศและอำมฤควาที เป็นยาแก้ไอชั้นดีอีกตัวหนึ่ง ช่วยละลายเสมหะที่เป็นก้อน  แก้เจ็บคอ หรือใช้กวาดคอจะช่วยให้อาการไอและไข้หายไวขึ้น นอกจากนี้ยังได้ถูกบรรจุไว้ในตำรับยาสามัญประจำบ้านหลายตำรับ และที่สำคัญคือตำรับยาแก้ไออำมฤควาทีที่ใช้ชะเอมเทศจำนวนมากกว่าตัวยาอื่นๆ  ตัวยาประกอบด้วย รากไคร้เครือ โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ 7 ส่วน  ชะเอมเทศ หนัก 43 ส่วน นำส่วนผสมทั้งหมดบดเป็นผง เวลาใช้ให้ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอแก้ไอ ขับเสมหะ อีกตำรับหนึ่งมี ใบกระเพรา ใบเสนียด  ใบคนทีเขมา และน้ำผึ้ง ให้เอายาแต่ละตัวมาตำให้แหลกแล้วบีบหรือคั้นและกรองด้วยผ้าขาวบางสะอาด  เอาแต่น้ำมาอย่างละเท่าๆ กัน แล้วผสมน้ำผึ้งในสัดส่วนน้ำคั้นสมุนไพรและน้ำผึ้งอย่างละเท่าๆ กัน ผสมให้เข้ากันดี แล้วให้คนไข้จิบกินบ่อยๆ ตำรับนี้ช่วยขับเสมหะที่เหนียวข้นตามหลอดลม

รับ มือกับอาการไอในหนาวนี้อย่างง่ายๆ และไม่ต้องวิตกกังวลมาก ยังมีอาการและโรคอื่นๆ  ที่มาพร้อมกับลมหนาวและความเย็น อย่างอาการคัดจมูก ถ้าไม่มีวิก ก็ใช้หอมแดงทุบพอบุบๆ  ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าบางๆ วางไว้ใกล้หมอนจะช่วยลดอาการทรมานจากการคัดจมูกลงได้  ในพื้นที่ที่ห่างไกลยาและหมอแล้ว ยาสมุนไพรมีความจำเป็นมาก เพราะหาได้ง่ายตามท้องถิ่น  และพร้อมหยิบใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายๆ เพียงเราเรียนรู้คุณค่าและวิธีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง.

สำหรับการคัดจมูก แม่จ๋าใช้น้ำมันยูคาลิปตัส หยดลงหมอนคะ หรือไม่ก็ใช้หอมแดงทุบห่อด้วยผ้าอ้อมน้องจ๋า วางไว้ใกล้หมอน เวลานอน น้ำมันยูคาลิปตัสหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ราคาขวดละ30-40บาทไม่เกินนี้

ปล.สำหรับน้ำผึ้งแม่จ๋า ซื้อในเซเว่นคะที่เป็นหลอดของโครงการฯสวนจิตรลาคะ ไม่กล้าซื้อที่เขาเดินหาบขาย กลัวจะเป็นน้ำผึ้งผสมน้ำตาลหรืออ้อย

Posted in น้องจ๋า, สาระน่ารู้, สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์Comments (5)

Tags: , ,

มาทำไข่เค็มกันเถอะ


ไข่เค็มตอนนี้ราคาตกฟองละ5-6บาท(ราคาในตลาดสด) แบบที่แพคขายตามร้านสะดวกซื้อ เห็น3ฟอง 25บาท! แพงใช้ได้เหมือนกันนะนี่ แม่จ๋าว่าทำเองดีกว่า จะได้ไข่เค็มสดๆ สามารถเอาไปทำไข่ดาว ไข่เจียว หรือต้ม ทานกับข้าวต้ม ทำง่าย ไม่แพงด้วย
อุปกรณ์ทำไข่เค็ม
1.ไข่เป็ด
2.เกลือ
3.โหล

วิธีทำไข่เค็ม
ล้างไข่เป็ดให้สะอาด พักไว้ ผสมน้ำกับเกลือ อัตราส่วน เกลือ1ส่วน น้ำ3ส่วน แล้วนำไปตั้งไฟจนเดือด พักไว้ให้เย็น นำไข่เป็ดที่ล้างสะอาดแล้ว จัดเรียงใส่ใรขวดโหล แล้วเทน้ำเกลือที่เย็นแล้วลงไปให้ท่วมไข่ เอาน้ำเกลือที่เหลือใส่ถุงพลาสติก มัดให้แน่น วางบนไข่เพื่อกดไข่ให้จม แล้วปิดฝา ดองไว้ประมาณ2อาทิตย์ก็ใช้ได้ 1อาทิตย์สามารถเอามาดาวได้แล้ว 2อาทิตย์ต้มทานกับข้าวต้ม

การทำไข่เค็มครั้งนี้ แม่จ๋าทำตั้งแต่วันที่18 ที่ผ่านมา ผ่านมาก็ใกล้จะครบอาทิตย์ละ เริม่จากใช้ไข่เป็ด15ฟอง ไข่ไก่2ฟอง ตอนนี้เหลือแค่ไข่เป็ด10ฟอง แล้วที่เหลือหายไปไหน แม่จ๋าเาอมาดาวกิน เพราะลืมซื้อไข่มาติดบ้าน เลยต้องเอามาดาว ล่าสุดดาวเมื่อเช้านี้ ไข่เป็ดไข่แดงกำลังหนืดๆแดงสวยเชียว อร่อยดี แต่ไม่ค่อยเค็ม ไม่รู้ว่าชะตากรรมไข่ดองโหลนี้จะเป็นเช่นไร 55+ จะมีอายุครบ2อาทิตย์ไหม โปรดติดตามตอนต่อไป อิอิ

Posted in สาระน่ารู้, เมนูน่าหม่ำComments (4)

Tags: ,

เลือกดนตรีแบบไหนให้เหมาะกับอารมณ์ลูก


จากการศึกษาของนักวิทยาศาตร์ พบว่า เพลงมีผลต่อสมองของคนเรา แม้จะเป็นเพลงที่ไม่คุ้นหูเลยก็ตาม แต่หากฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นเพลงที่ไพเราะ ก็ส่งผลให้สมองเกิดความผ่อนคลายและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยให้ลูกอารมณ์ดีด้วย

เลือกดนตรีอย่างไร…ให้เหมาะกับวัยของลูก

แรกเกิด-9เดือน ช่วง4เดือนแรกให้ฟังเพลงบรรเลงช้าๆ อย่างเพลงคลาสสิก พอเข้าวัย6-9เดือน ให้ฟังเพลงที่มีจังหวะมั่นคงและซับซ้อนขึ้นกว่าเดิมอย่างเพลงออร์เคสตร้า เป็นต้น Read the full story

Posted in สาระน่ารู้, เลี้ยงลูกComments (3)

Tags: , , , , , , , , ,

10 ก.ค 2551 สุขสันต์วันเกิดน้องจ๋า


    เผลอแป๊บเดียว นี่ก็ผ่านไป2ปีแล้ว โอ้..เร็วเหมือนกันนะนี่ 2ปีกับการเป็นแม่คน(เลี้ยงลูกเอง) วันเวลาผ่านไปเร็วมาก วันๆนึงมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ตลอดระยะเวลา2ปี น้องจ๋าเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่งอแง แต่ยิ่งโตยิ่งซน ซนตามวัย - -* เริ่มจะน่าเตะขึ้นทุกวัน - -* แม่จ๋าเป็นทั้งแม่ เป็นทั้งของเล่น เป็นทั้งเพื่อน เป็นทุกๆอย่างของน้องจ๋า เจอกันตลอด24ชม.

Read the full story

Posted in น้องจ๋า, สาระน่ารู้, เลี้ยงลูก, โม้Comments (37)

Tags: , ,

เกิดอะไรขึ้นหลังบริหารสมอง


เกิดอะไรขึ้นหลังบริหารสมอง(Brain GYM)

        หลังจากบริหารสมองอย่างต่อเนื่องจะพบว่าร่างกายสดชื้นขึ้น ทำให้สมองส่วน ( Corpus Callosum ) มีความแข็งแรงและเชื่อมสมองทั้งสองซีกให้ทำงานประสานกันอย่างคล่องแคล่วขึ้น เมื่อสมองเกิดการตื่นตัว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ การมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความตื่นเต้น และทำให้จิตใจสงบ เกิดความพร้อมที่จะเรียนรู้ เกิดแรงจูงใจ ทั้งยังช่วยเพิ่มความจำระยะสั้นและระยะยาว Read the full story

Posted in สาระน่ารู้, เลี้ยงลูกComments (3)

Tags: , , , , ,

Brain GYM การบริหารสมอง


Brain GYM หรือ การบริหารสมอง การบริหารสมองนั้นแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มท่า คือ

1. การเคลื่อนไหวสลับข้าง ( Cross Over Movement)
เป็นท่าที่ช่วยให้การทำงานของสมองสองซีกถ่ายโยงข้อมูลกันได้ เช่น สมองซีกซ้ายสามารถนำจินตนา การ และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จาก สมองซีกขวามาใช้ช่วยในการอ่าน เขียน และช่วยให้กล้ามเนื้อ ทำงานประสานกันได้ดี การให้เด็กทำท่าเหล่านี้ จะทำให้ทราบว่าเด็กมีปัญหาในเรื่องการทำงาน ประสานกันของตา มือ และเท้าหรือไม่ หากพบจะได้ช่วยเหลือเด็กได้ทันท่วงที Read the full story

Posted in สาระน่ารู้, เลี้ยงลูกComments (2)

สวยด้วยphotoshop


การเอารูปโชว์ในเนต บางครั้งก็ไม่มั่นใจ อาจจะมีริ้วรอย สิว ไฝฝ้า กระ แต่photoshopช่วยได้ หรือเรียกอีกอย่างว่า รีทัช (retouch)

ตัวอย่างภาพที่แม่จ๋ารีทัชเล่นๆ ฝีมือไม่ได้จัดจ้านแต่อย่างใด พอถูๆไถๆแค่นั้น คะ

อาจจะไม่ค่อยเห็นความต่าง เพราะนางแบบสวยอยู่แล้ว - -*

อัพแค่นี้ก่อนเดี๋ยวเอางานเก่าๆมาให้ชม *-*

 

 

Posted in สัพเพเหระ, สาระน่ารู้, โม้Comments (6)

Tags: , , , , ,

Brain GYMมาออกกำลังสมองกันเถอะ!!!


การออกกำลังสมองหรือการบริหารสมองดังวิธีต่อไปนี้ สามารถช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพความจำได้นะคะ

วิธีเสริมความจำ

1. ถ้าต้องการเพิ่มวงจรใหม่ในสมอง ใช้ มือข้างที่ไม่ถนัดทำกิจกรรมประจำวัน วันละหลายๆครั้ง เช่น ปรกติแปรงฟันด้วยมือขวา ก็เปลี่ยนมาใช้มือซ้าย หรือ รูดซิปด้วยมือซ้ายก็เปลี่ยนมาใช้มือขวาแทน สมองจะรู้ว่าคุณใช้มือผิดข้างเนื่องจากข้อมูลทางประสาทและการเคลื่อนไหวจากมือข้างนั้น ความสับสนเช่นนี้จะกระตุ้นให้เกิดวงจรใหม่ในสมอง เพราะสมองพยายามที่จะจัดการกับกิจกรรมใหม่ตามข้อมูลที่ได้มา (ใช้วิธีนี้กับกิจกรรมที่ง่ายๆและไม่เป็นอันตรายเท่านั้นนะคะ) Read the full story

Posted in สาระน่ารู้Comments (2)

Advertise Here
  • Popular
  • Latest
  • Comments
  • Tags
  • Subscribe
Advertise Here

ฝากข้อความถึงแม่จ๋า


Free chat widget @ ShoutMix

สปอนเซอร์

eXTReMe Tracker