Archive | สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์

Tags: , , , ,

แม่จ๋าชวนหม่ำตอน หวานๆเย็นๆกับหวานเย็นสตรอเบอรี่


อากาศมันร้อนๆ มาทำอะไรหวานๆเย็นๆ กินกันดีกว่า เพื่อให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีน กัน เทศกาลแห่งความรัก เมนูวันนี้ ขอเสนอ หวานเย็นสตรอเบอรี่รูปหัวใจสีแดงสด หวานๆเปรี้ยวๆเย็นๆ ถูกใจคุณหนูๆ แม่ๆ และทุกคนในครอบครัว คุณแม่ตั้งครรภ์ ก็ทานได้นะเออ ยิ่งตอนนี้เป็นหน้าสตรอเบอรี่ ไปไหนก้มีสตรอเบอรี่ขายเต็มไปหมด

เครื่องปรุง

สูตร1

  1. แน่นอนสตรอเบอรี่ แม่จ๋าใช้สตรอเบอรี่สด เพื่อให้มีรสเปรี้ยว
  2. สตรอเบอรี่เชื่อม(ไม่มีใช้น้ำเชื่อมแทน)
  3. น้ำเชื่อม
  4. น้ำแข็ง

สูตร2

  1. สตรอเบอรี่สด
  2. น้ำผลไม้รวม
  3. น้ำเชื่อมหรือน้ำตาล
  4. น้ำแข็ง

วิธีทำไม่ยาก นำทุกอย่างใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ แล้วก็ปั่นๆ เสร็จแล้วใส่พิมรูปหัวใจ หรือใส่พิมพ์ไอติมแท่ง แช่ช่องฟรีส  พอแข็งแล้วก็หม่ำได้เลยจ้า

หวานเย็นสตรอเบอรี่

อีกรูป ^^*

Posted in สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์, เมนูน่าหม่ำ, เมนูลูกรักComments (9)

Tags: ,

สตรอเบอรี่เคลือบชอคโกแลตฉบับโฮมเมด


ของฝากจากเชียงราย คนสวยเอาสตรอเบอรี่มาฝาก แม่จ๋าก็ดองมาหลายวัน จากที่สดๆจากไร่ ตอนนี้มันไม่สดละ ฮ่าฮ่า

ช่วงนี้เทศกาลแห่งความรัก สตรอเบอรี่ก็เข้ากับเทศกาลดี เอามาดิพชอคโกแลตดีกว่า สตรอเบอรี่เคลือบชอคโกแลตฉบับโฮมเมด ง่ายๆ คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ทานได้ดีนะคะ รสเปรี้ยวๆของสตรอเบอรี่ ช่วงแพ้ท้องนี่กินอร่อยเลยคะ

อุปกรณ์ไม่มีอะไรมาก ชอคโกแลตบาร์ หาซื้อได้ตามห้างหรือร้านสะดวกซื้อ กับสตรอเบอรี่

วิธีทำก็ ล้างสตรอเบอรี่ให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง จากนั้นเอาชอคโกแลตบาร์หั่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วนำไปวางในถ้วยใบที่ใหญ่กว่าที่ใส่น้ำร้อน เพื่อละลาชอคโกแลต จากนั้นก็คนๆจนชอคโกแลตละลายหมด ถ้าชอคโกแลตมันหนืดมากก็เทน้ำทิ้งใส่น้ำร้อนๆลงไปใหม่ หรือว่าบ้านใครมีไมโครเวพก็แค่ เอาชอคโกแลตใส่ถ้วยทนความร้อน เวฟให้ชอคโกแลตละลายก็สะดวกดี แต่ว่าแม่จ๋ามีไมโครเวฟไว้รกบ้าน ไม่ชอบใช้ ฮ่าฮ่าฮ่า  พอชอคได้ที่ก็จัดการเอาสตรอเบอรี่จุ่มลงไป แล้วเอามาวางบนจานที่ปูด้วยกระดาษไขสำหรับทำขนม ถ้าไม่มีกระดาษไขก็วางบนจานเฉยๆ จบ เสร็จแล้วคะ ง่ายดีไหม *-*

สตรอเบอรี่ที่เหลือ แม่จ๋าทำเป็นสตรเบอรี่เชื่อม คะ เอาไว้ทำขนมหรือน้ำปั่น หรือหวานเย็นให้น้องจ๋าทานคะ *-*

Posted in สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์, เมนูน่าหม่ำ, เมนูลูกรัก, โม้Comments (6)

Tags: , , , , , , , , , , , ,

แม่จ๋า กับน้องจ๋า ผจญหวัดลงคอไม่2009


ช่วงนี้ไข้หวัด2009 ระบาดหนัก รักษาสุขภาพนะคะ เพราะโรคนี้ติดกันง่าย แล้วก็ทำให้มีอาการแทรกซ้อน ออกไปข้างนอกหรือต้องไปในที่ชุมนุมคนเยอะๆ อย่างเช่น โรงพยาบาล อยู่บนรถเมล์ ก็ควรหาหน้ากากใส่ ที่สำคัญ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ แล้วไม่ควรเอามือไปจับหน้า หรือแคะจมูกถ้ายังไม่ได้ล้างมือ

เมื่อวันเสาร์ที่4 กรกฏาคม 2552 น้องจ๋ามีอาการหวัดลงคอ แต่อาการยังไม่มาก แต่ว่าแม่จ๋าพาน้องจ๋าไปเยี่ยมคุณตาที่นครปฐมวันอาทิตย์ที่ 5 เพราะว่านัดกับคุณตาว่าจะไปเที่ยวชะอำกัน ในวันจันทร์ เพราะเป็นช่วงหยุดยาว ทำให้น้องจ๋ามีอาการอ่อนเพลียเลยเป็นหวัดนาน ทำให้แม่จ๋าติดคะ ติดหวัดน้องจ๋า เลย

น้องจ๋าหายหวัดราวๆวันพฤหัสบดีที่9 ส่วนแม่จ๋า ตอนนี้ยังมีอาการไออยู่ แต่ไม่มีไข้แล้ว แต่ยังไอ ไม่มากแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ไอมาก ประกอบกับแม่จ๋ากำลังท้องอยู่ ทำให้ยิ่งไอมาก แม่จ๋าก็ยิ่งอ๊วก ยิ่งไอยิ่งวิงเวียน กินไม่ได้นอนไม่ได้เลย ที่สำคัญแม่จ๋ามีอาการแพ้ยาที่กินเข้าไปด้วย ทำให้เจ็บตา ตาแดง หน้าขึ้นผื่น ลอก เสียโฉมเลย แถมยิ่งคันคอ แล้วก็ไอหนักกว่าเดิม นอนหลับได้ไม่เกิน2-3ชม.ต่อครั้ง ต้องตื่นมาเพราะไอ

สุดท้่าย แม่จ๋าเลยเลิกกินยา หันมารักษาโดยพึ่งสมุนไพรไทยๆ ที่มีอยู่ในครัว พอเลิกกินยา อาการแพ้ก็ทุเลาลง ตอนนี้ผื่นก็ยุบหมดแล้ว สมุนไพรไม่มีผลข้างเคียงกับคนท้องด้วย ไม่เป็นอันตรายกับลูกในท้องด้วย

สำหรับ สมุนไพรแก้ไอที่แม่จ๋ากินเพื่อช่วยบรรเทาอาการไอ ก็มี

1.น้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวแก้ไอ - บีบน้ำมะนาว1ลูกใส่แก้ว แล้วตามด้วยน้ำผึ้ง แล้วก็เกลือนิดหน่อย คนให้เข้ากัน แล้วก็จิบเวลาคันคอ หรือเวลาไอ ตามด้วยน้ำอุ่นๆ ทำให้ชุ่มคอ รสชาติอร่อย น้องจ๋าชอบ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มะนาวมีวิตามินซีเยอะป้องกันหวัด น้ำผึ้งนอกจากใช้แก้ไอแล้ว ยังให้พลังงานแก่ร่างกายแทนข้าวได้อีกด้วย*

*อ้างอิงจากเวบไซต์หมอชาวบ้า่น น้ำผึ้งแก้ไอ -ผสมน้ำผึ้ง ๓-๔ ส่วน กับน้ำมะนาว ๑ ส่วน ควรเคี่ยวน้ำผึ้งบนเตาไฟให้เดือดก่อน เมื่อปล่อยให้เย็นแล้วค่อยเติมน้ำมะนาวลงไป สามารถเก็บใส่ขวด แบ่งจิบแก้ไอได้บ่อยๆ เหมาะสำหรับคนทุกวัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และผู้ที่มีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย นอกจากใช้แก้ไอแล้ว ยังให้พลังงานแก่ร่างกายแทนข้าวได้อีกด้วย

2.ยาอมแก้ไอมะแว้ง แก้ไอ ขับเสมหะ อันนี้หาซื้อได้ตามร้านขายยา ขนาดรับประทาน อมครั้งละ3-5เม็ด เมื่อมีอาการ รสชาติดี ออกเปรี้ยวนิดๆ เสียอย่างเดียว บนสมุนไพรไม่ละเอียด ทำให้กากมันระคายคอจังเลย

3.ยาอมตราตะขาบ5ตัว อันนี้ของเขาดีจริงมีมานาน เนื้อยาละเอียดเวลาอมแล้วไม่ระคายคอเหมือนมะแว้ง  ยาอมตราตะขาบสามารถผสมกับน้ำอุ่น หรือน้ำมะนาว แล้วใช้กวาดคอ เพื่อรักษา อาการเจ็บคอได้ และการผสมยากับน้ำอุ่น หรือ น้ำมะนาวนั้นยังสามารถช่วยให้ ยาเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะน้ำมะนาวยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ*

*http://www.tpa.or.th/blogbox/entry.php?w=eakav&e_id=349

แล้วยังมีสมุนไพรอีกหลายตัวที่ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ แม่จ๋าค้นในinternet มา เจอบทความนึงน่าสนใจมาก จากhttp://webboard.yenta4.com/topic/278709เนื้อหามีดังนี้ แม่จ๋าคัดมาบางส่วนไม่ได้เอามาทั้งหมดนะคะ

อาการไอเป็นอีกอาการหนึ่งที่มักเป็นควบคู่กับอาการอื่นๆ  และทรมานผู้ป่วยมาก ทั้งก่อให้เกิดอาการไอจนนอนไม่หลับ แต่การไอจะช่วยขับสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในระบบหายใจ ซึ่งก็คือเสมหะนั่นเอง  ถ้าไอเรื้อรังไม่หายสักที ก็อาจเกิดจากหลายสาเหตุ อาการไอก็มีทั้งไอแห้งและไอที่มีเสมหะ  เราลองมาดูว่าโบร่ำโบราณใช้ยาสมุนไพรอะไรบ้างเป็นยาแก้ไอ ซึ่งจำแนกได้  3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีสารสำคัญเป็นน้ำมันหอมระเหย ได้แก่ ขิง กระเทียม ดีปลี กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีสารสำคัญเป็นกรด คือ รสเปรี้ยว ตามสรรพคุณยาไทย  รสเปรี้ยวบำรุงธาตุน้ำ กัดเสมหะ ฟอกโลหิต ได้แก่ มะนาว มะขามป้อม กลุ่มที่ 3 กลุ่มสมุนไพรอื่นๆ ได้แก่ มะแว้งเครือ มะแว้งต้น เพกา มะเขือแจ้

มะนาว เป็น ยาสมุนไพรครอบจักรวาลก็ว่าได้มีสรรพคุณมากมาย และยังเป็นสมุนไพรที่หาง่าย  แต่บางฤดูกาลก็มีราคาแพงสูงถึงลูกละ 10 บาท เมื่อมีอาการไอระคายคอมักได้รับคำแนะนำให้ฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆ หรือหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ จิ้มเกลือ อมทิ้งไว้สักครูแล้วเคี้ยวกลืน หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นผสมเกลือเล็กน้อยใช้จิบ ช่วยป้องกันไข้หวัดได้ด้วย  หรือตำรับเก่าแก่ของมนุษย์ทั้งโลกใช้คือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งจิบแก้ไอ

มะขามป้อม ใช้ แก้ไอแห้ง ไม่มีเสมหะ มีอาการริมฝีปากแห้ง และรู้สึกร้อนในอก ไอที่มาจากทรวงอกจนเจ็บชายโครง   หรือไอมานานแล้วไม่หาย ใช้ผลสดตำคั้นเอาน้ำดื่มหรือจิบ หรือใช้ผลสดต้มกับน้ำตาลทรายแดง มะขามป้อมมีรสฝาดเปรี้ยวหลังจากกลืนลงคอไปแล้วจะมีรสหวานชุ่มชื่นคอมาก

ขิง รักษาอาการไอและขับเสมหะ หรือมีเสลดติดที่หลอดลมมากๆ ขิงจะช่วยให้หลอดลมขยายขึ้น   และขับของเหนียวข้นออกมาได้ง่าย  ให้ใช้เหง้าขิงสด ประมาณ 60 กรัม น้ำตาลทราย   30 กรัม ใส่น้ำ 3 แก้ว นำไปต้มให้เหลือครึ่งแก้ว แล้วจิบกินตอนอุ่นๆ หรือใช้ฝนกันน้ำมะนาวแทรกเกลือใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ ใช้รักษาอาการไอเรื้อรัง ให้เอาน้ำที่คั้นจากเหง้าสด ประมาณ 1 ลิตร ผสมน้ำผึ้งประมาณ 500 กรัม เคี่ยวในกระทะทองเหลือง  ทำจนน้ำระเหยไปหมด แล้วจึงเอามาปั้นเป็นเม็ดเท่าลูกพุทราจีนใช้อม

มะแว้ง ต้น/เครือ ปัจจุบันมะแว้งได้รับการพัฒนาจากองค์การเภสัชกรรม ผลิตและจำหน่ายยาอมมะแว้ง  สรรพคุณช่วยแก้ไอและชุ่มคอ แต่เราสามารถใช้ในรูปของอาหารและยาได้ โดยใช้ผลสดตำกับน้ำพริกหรือใช้รับประทานเป็นผักเคียงกับน้ำพริก ถือเป็นการใช้ในรูปแบบอาหารเป็นยา  หรือใช้ผลมะแว้งเครือ/ต้นสด 5-6 ผล ล้างให้สะอาดเคี้ยวอมไว้ กลืนเฉพาะน้ำจนหมดรสขมแล้วคายทิ้ง  หรือใช้ผลสด 5-10 ผล โขลกพอแตกคั้นเอาแต่น้ำใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ เวลาไอ

กระเทียม ใช้ กระเทียมและขิงสดอย่างละเท่ากัน ตำละเอียดละลายกับน้ำอ้อยสด คั้นน้ำจิบแก้ไอขับเสมหะและทำให้เสมหะแห้งหรือคั้นกระเทียมกับน้ำมะนาวเติม เกลือใช้จิบหรือกวาดคอก็ได้ กระเจี๊ยบแดง  ใช้กลีบเลี้ยงดอกสดหรือแห้งประมาณ 1-2 กรัมมือต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลและเหลือใช้จิบบ่อยๆ ช่วยให้ชุ่มชื้นคอ ดีปลี  ใช้แก้อาการไอมีเสมหะ ควรใช้ดีปลีประมาณครึ่งผล ตำละเอียดเติมน้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย  กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ

มะขาม ใช้กัดเสมหะเอามะขามเปียก 3 กรัม จิ้มเกลือรับประทาน หรือนำมะขามเปียกมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย จะได้ยาขับเสมหะที่มีรสกลมกล่อม ข้อควรระวัง มะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป

มะเขือแจ้หรือมะเขือขื่น อาจ ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เพราะเรามักจะบริโภคมะเขือเปราะมะเขือยาวมากกว่า  มะเขือแจ้เมื่อผลแก้จัดมีสีเหลือง นิยมทานกับน้ำพริก ก่อนเอามาทานจะเอามาแช่น้ำเกลือก่อนเพื่อให้กรอบและทานง่าย ถ้าไอเรื้อรังยาวนานหรือไอถึงขั้นปัสสาวะรด ใช้ยาตัวนี้โดยเอารากมาล้างให้สะอาดแช่น้ำฝนหรือน้ำต้มสุกใช้ดื่ม วันแรกอาจดูเหมือนดื่มน้ำเปล่า  แต่พอวันที่ 2-3 ตัวยาจะมีรสขมขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจลดปริมาณน้อยลง และจะช่วยให้อาการไอมานานนับเดือนนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง

สับปะรดแก้ไอในอาการคอแห้งคั้นเอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยจิบ หรือทานทั้งผลก็ได้ สับประรดมีรสเปรี้ยวอมหวานช่วยให้ชุ่มคอชะเอมเทศและอำมฤควาที เป็นยาแก้ไอชั้นดีอีกตัวหนึ่ง ช่วยละลายเสมหะที่เป็นก้อน  แก้เจ็บคอ หรือใช้กวาดคอจะช่วยให้อาการไอและไข้หายไวขึ้น นอกจากนี้ยังได้ถูกบรรจุไว้ในตำรับยาสามัญประจำบ้านหลายตำรับ และที่สำคัญคือตำรับยาแก้ไออำมฤควาทีที่ใช้ชะเอมเทศจำนวนมากกว่าตัวยาอื่นๆ  ตัวยาประกอบด้วย รากไคร้เครือ โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เนื้อลูกมะขามป้อม เนื้อลูกสมอพิเภก หนักสิ่งละ 7 ส่วน  ชะเอมเทศ หนัก 43 ส่วน นำส่วนผสมทั้งหมดบดเป็นผง เวลาใช้ให้ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือ ใช้จิบหรือกวาดคอแก้ไอ ขับเสมหะ อีกตำรับหนึ่งมี ใบกระเพรา ใบเสนียด  ใบคนทีเขมา และน้ำผึ้ง ให้เอายาแต่ละตัวมาตำให้แหลกแล้วบีบหรือคั้นและกรองด้วยผ้าขาวบางสะอาด  เอาแต่น้ำมาอย่างละเท่าๆ กัน แล้วผสมน้ำผึ้งในสัดส่วนน้ำคั้นสมุนไพรและน้ำผึ้งอย่างละเท่าๆ กัน ผสมให้เข้ากันดี แล้วให้คนไข้จิบกินบ่อยๆ ตำรับนี้ช่วยขับเสมหะที่เหนียวข้นตามหลอดลม

รับ มือกับอาการไอในหนาวนี้อย่างง่ายๆ และไม่ต้องวิตกกังวลมาก ยังมีอาการและโรคอื่นๆ  ที่มาพร้อมกับลมหนาวและความเย็น อย่างอาการคัดจมูก ถ้าไม่มีวิก ก็ใช้หอมแดงทุบพอบุบๆ  ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าบางๆ วางไว้ใกล้หมอนจะช่วยลดอาการทรมานจากการคัดจมูกลงได้  ในพื้นที่ที่ห่างไกลยาและหมอแล้ว ยาสมุนไพรมีความจำเป็นมาก เพราะหาได้ง่ายตามท้องถิ่น  และพร้อมหยิบใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายๆ เพียงเราเรียนรู้คุณค่าและวิธีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง.

สำหรับการคัดจมูก แม่จ๋าใช้น้ำมันยูคาลิปตัส หยดลงหมอนคะ หรือไม่ก็ใช้หอมแดงทุบห่อด้วยผ้าอ้อมน้องจ๋า วางไว้ใกล้หมอน เวลานอน น้ำมันยูคาลิปตัสหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ราคาขวดละ30-40บาทไม่เกินนี้

ปล.สำหรับน้ำผึ้งแม่จ๋า ซื้อในเซเว่นคะที่เป็นหลอดของโครงการฯสวนจิตรลาคะ ไม่กล้าซื้อที่เขาเดินหาบขาย กลัวจะเป็นน้ำผึ้งผสมน้ำตาลหรืออ้อย

Posted in น้องจ๋า, สาระน่ารู้, สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์Comments (5)

Tags: , , , , , ,

แม่จ๋าชวนหม่ำตอน แกงเผ็ดฟักทอง


ฟักทองมีสารอาหารที่มีประโยชน์มาก แถมราคาถูก ทานง่าย สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่างทั้งคาว-หวาน เมนูที่แม่จ๋าชอบทานก็จะมี แกงเผ็ดฟักทอง ผัดฟักทอง แกงอ่อม แกงบวดฟักทอง สังขยาฟักทอง

แกงเผ็ดฟักทองหาทานยาก เพราะร้านอาหารไม่ค่อยทำขาย เพราะว่ามันเสียเร็ว แต่ว่าแม่จ๋าอยากทานมาก ตอนสมัยเด็กๆในโรงอาหารจะมีแกงฟักทองในร้านข้าวราดแกง  แม่จ๋าชอบทานมาก พอท้องก็เลยนึกอยากทานขึ้นมา

สำหรับการทำแกงเผ็ดฟัดทองคราวนี้ แม่จ๋าไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนทำนะคะ ขนาดรูปสำเร็จแม่จ๋ายังใช้มือถือถ่ายเอา เพราะไม่ได้ชาร์ตแบตกล้องไว้อีกอย่างไม่มีเนื้อหมูแม่จ๋าใส่แฮมแทน ก็อร่อยดีเหมือนกัน *-*

แกงเผ็ดฟักทอง

Read the full story

Posted in สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์, เมนูน่าหม่ำComments (6)

Tags: , , , , , ,

แม่จ๋าชวนหม่ำตอน ข้าวยำกุ้งแซ่บ


ช่วงนี้กุ้งในตู้เย็นมีเยอะ แม่จ๋าซื้อมาโลนึง เป็นกุ้งตัวไม่ใหญ่ เพราะโลละ130 คนแถวบ้านเอากุ้งจากบ่อมาขาย เห็นว่าถูกแล้วก็ไม่ได้แช่น้ำยงน้ำยาด้วย รสชาติจะดีกว่าซื้อกุ้งตลาด แต่ก็ไม่รู้ว่าแม่จ๋าอุปทานไปเองหรือเปล่า อิอิ

เมนูข้าวยำกุ้งแซ่บนี้ เกิดมาจาก แม่จ๋าชอบทานข้าาวยำไก่แซ่บที่ร้านKFC พอดีมีกุ้งเลยอยากลองเปลี่ยนจากไก่มาเป็นกุ้งแทน ลองให้พอนอตชิมดู ก็บอกว่าเมนูนี้ผ่าน เย้ๆ เลยเอาสูตรมาแบ่งปัน เผื่อใครอยากลองเปลี่ยนเมนูบ้างจะได้ไม่ซำซากจำเจ คราวนี้ไม่ได้ถ่ายรูปตอนทำทุกชอตนะคะ เพราะว่าทำตอนเย็น แล้วแสงน้อยถ่ายรูปออกมาใช้ไม่ได้ ภาพไหวมาก เอาไว้ทำอีกทีจะถ่ายขั้นตอนการทำมาให้ดูอีกทีนะคะ

ข้าวยำกุ้งแซ่บ

Read the full story

Posted in สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์, เมนูน่าหม่ำComments (12)

Tags: , , , , , , , , , , ,

แม่จ๋าชวนหม่ำตอน ยำตำลึงกุ้งกรอบ


ช่วงนี้หน้าฝนแล้ว ฝนก็ตกแทบทุกวัน ไปเดินตลาด เห็นมีแต่ตำลึงสวยๆราคาถูกเยอะแยะ แบบว่ามีทุกแผงขายผักเลยทีเดียว บางเจ้ามาขายเฉพสะตำลึงเลยก็มี

“ตำลึง” มีสารอาหารที่มีประโยชน์สูง เช่น สารเบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินซี และอื่นๆ อีกมากมาย จากงานวิจัยต่างๆ พบว่าตำลึงมีเส้นใยอาหารที่สามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ในกระเพาะอาหาร อีกด้วยเหมาะกับทุกเพศทุกวัย

ตำลึงสามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง เมนูยอดนิยมก็เห็นจะเป็นต้มจืดตำลึง ที่แม่จ๋าชอบนักชอบหน้า แต่ว่าวันนี้เป็นช่วงที่แม่จ๋าแพ้ท้อง เลยเอาตำลึงมายำเลยดีกว่า เอาใจคนท้องอย่างแม่จ๋าหน่อย อิอิ สำหรับสูตรแม่จ๋าไม่ได้คิดขึ้นเอง แต่ก็หาๆตามเวบไซต์ แต่ไม่ทราบจริงๆว่าต้นตำรับเป็นของใคร เพราะก๊อปปี้กันมาเหมือนกันแทบทุกเวบไซต์เลย แม่จ๋าจึงไม่ได้ให้เครดิตนะคะเพราะไม่รู้ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง

Read the full story

Posted in สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์, เมนูน่าหม่ำComments (4)

Tags: , , , , , , , ,

แม่จ๋าชวนหม่ำตอน ยำผักบุ้งกรอบ


ช่วงนี้แม่จ๋าแพ้ท้อง จึงชอบอาหารรสแซ่บเป็นพิเศษ แม่จ๋าคิดว่า การกินยำผัก ได้ประโยชน์ดีกว่ากินพวกผลไม้ดอง ยิ่งถ้าซื้อมาทานเองไม่รู้เขาดองด้วยอะไร สะอาดหรือเปล่า อีกทั้งการกินผักจะช่วยเรื่องขับถ่ายได้ดี เพราะหญิงตั้งครรภ์จะมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะท้องผูก ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่มีกากใยแล้วก็ทานน้ำเยอะๆ เอาเป็นว่ามาเข้าเรื่องดีกว่า นะคะ เดี๋ยวจะเลยไปไกล *-*

Read the full story

Posted in สุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์, เมนูน่าหม่ำComments (7)

Advertise Here
  • Popular
  • Latest
  • Comments
  • Tags
  • Subscribe
Advertise Here

ฝากข้อความถึงแม่จ๋า


Free chat widget @ ShoutMix

สปอนเซอร์

eXTReMe Tracker